Loading...

Study Tips #1

  • Book: หนังสือเรียนที่อเมริกาค่อนข้างมีราคาสูง บางเล่มก็ราคาหลายร้อยเหรียญ การซื้อหนังสือเรียนแบบประหยัด มีหลายวิธี เช่น ซื้อ international version หรือ ซื้อ edition ก่อนหน้า, เช่าหนังสือ ราคาจะถูกลงประมาณ 20-40%, หรือ ซื้อหนังสือมือสอง ราคาตามสภาพ และยังมีอีกหลายเว็บไซด์ที่สามารถซื้อได้ในราคาประหยัด เช่น alibris
  • Student Discount: เป็นสิทธิพิเศษของการเป็นนักเรียน แค่เรามีบัตรนักเรียน และ หลักฐานว่าเราได้ลงทะเบียนเรียนแล้ว เราจะได้รับส่วนลด จากร้านค้าและบริการมากมาย ตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 50% ตัวอย่างร้านค้าและผู้ให้บริการ Amazon, Apple, Spotify, J crew, Topshop, Microsoft และอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเข้าร้านไหน ถามหา student discont ไว้ก่อนได้เลย
  • School Email: นักเรียนทุกคนจะถูก assign อิเมลแอดเดรสของโรงเรียนให้คนละ 1 แอคเคาท์ ซึ่งอิเมลนี้จะมีอายุตลอดไปแม้เราจะจบการศึกษาแล้วก็ตาม เราขอแนะนำให้ใช้อิเมลนี้ในการสมัครงานเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ Profile ของเราค่ะ
  • Campus Job: ด้วยวีซ่านักเรียน(F1) นั้นไม่อนุญาตให้นักเรียนทำงานนอกสถานศึกษา แต่เรายังสามารถหางานทำในโรงเรียน เพื่อเพิ่มประสบการณ์และหารายได้พิเศษ ถ้าเราได้งานในโรงเรียนเรายังสามารถทำ social security number (SSN) ซึ่งการมี SSN จะทำให้ชีวิตเราง่ายชึ้นเยอะ ไม่ว่าจะทำบัตรเครดิต สมัครงาน ก็ล้วนแล้วแต่ใช้ใบนี้เป็นหลักฐานประกอบทั้งนั้น
  • Internship: วีซ่านักเรียน(F1) อนุญาตให้นักเรียนฝึกงานได้ 1 ครั้งตลอดอายุการศีกษา ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งในสถานศึกษาหรือนอกสถานศึกษาก็ได้ ถ้าใครอยากมีประสบการณ์ในการทำงานที่อเมริกา หรือ คิดจะหางานหลังเรียนจบ การทำ internship จะเป็นในเบิกทางที่ดี ซึ่งระยะเวลาของ CPT ที่ได้รับนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตร
  • Job Fair: การหางานไม่ว่าจะเป็นหลังจบการศึกษาหรือระหว่างการศึกษา ที่แรกที่เราควรจะมองหาก็คือ งาน Job Fair ของมหาวิทยาลัยที่รวมเอาบริษัทมากมายไว้ที่เดียวกัน และบริษัทเหล่านี้ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับมหาวิทยาลัย และรู้จักชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
  • Networking Event: เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ไม่ควรถูกมองข้าม เราจะสามารถหางานได้หรือไม่ได้การเข้าร่วม Event ต่างๆมีส่วนเป็นอย่างมาก เราต้องออกไปทำความรู้จักและเชื่อมสัมพันธ์กับบริษัทต่างๆ ยิ่งรู้จักคนมากยิ่งเป็นผลดีต่อการหางานของเรา
  • After Class Hangout: นอกจากการ Hangout กับเพื่อนร่วมคลาสแล้ว เราก็ควรจะ Hangout กับอาจารย์หรือ TA ด้วย อาจารย์บางท่านจะชวนนักศึกษาไปรับประทานอาหารและนั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน ถือเป็นการ networking ไปในตัวอีกทางหนึ่ง
  • Free Workshop & Event: ทุกๆโรงเรียนจะมีกิจกรรมมากมายถูกจัดขึ้นทุกอาทิตย์ ทั้งด้านวิชาการและด้านอื่นๆ ซึ่งกิจกรรมส่วนมากมักจะไม่มีค่าเข้าร่วมหรือเก็บเพียงเล็กน้อย การเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นการเปิดหูเปิดตา และพาเราไปรู้จักกับคนใหม่ๆได้เสมอ
  • Club: ถึงแม้ว่าระหว่างที่เรียนอยู่จะมีการบ้านเยอะท่วมหัว แต่เราควรจะมองหา Club ที่เราสนใจเข้าร่วม นอกจากความสนุกสนานและได้รู้จักเพื่อนเพิ่ม การเป็น Co-Chair หรือ เป็นสมาชิกของคลับจะทำให้ Resume ของเราดูดีขึ้นมาก

COMMENTS